[,มรสร] เคล็ดลับวิธีอ่านหนังสือ*
posted on 25 Jul 2009 13:51 by usmile-alone-ann
เคล็ดลับการอ่านหนังสือ !!
1. อย่าอ่านออกเสียงในใจ
ตามปกติคนเราพูดด้วยอัตราเร็วสูงสุดประมาณ 3- 5 คำต่อวินาที แต่สายตาสามารถทำงานได้ไวกว่านั้นมาก ในหนึ่งวันคุณพูดอย่างมากก็สามหมื่นคำ แต่สายตาของคุณสามารถรับปริมาณข้อมูลนับล้านข้อมูลได้ในแต่ละวัน พยายามใช้ตาอ่าน อย่าใช้ปากอ่าน คนส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีอ่านออกเสียงในใจ ซึ่งก็คือการพูดในใจนั่นเอง สายตาจะต้องมารอจังหวะการหน่วงของคำพูด หยุดชะงักเป็นระยะตามจังหวะของการออกเสียงทำให้เกิดอาการล้า ผู้ที่อ่านด้วยการออกเสียงในใจ นอกจากจะอ่านช้าแล้ว กล้ามเนื้อตาจะทำงานหนัก
2. ทุกครั้งที่จะอ่าน ควรจินตนาการล่วงหน้าถึงเรื่องที่จะอ่านก่อนว่าเกี่ยวข้องกับอะไร
การอ่านด้วยวิธีนี้จะทำให้จำแม่น จำเฉพาะเนื้อหาสำคัญ และมองภาพองค์รวมแบบแผนผังได้ (mind mapping) โดยมีศูนย์กลางเริ่มต้นจากส่วนที่สำคัญที่สุด แล้วแตกแขนงไปที่ส่วนประกอบอื่นๆ ตามปกติคนเราจะอ่านหนังสือจากหน้าไปหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นเรื่องสั้น หรือนวนิยาย การอ่านบทสรุปหรือตอนจบก่อน เป็นเรื่องที่ต้องห้ามอย่างเด็ดขาด แต่ การอ่านเพื่อการเรียนรู้ จะตรงกันข้าม ยิ่งรู้รายละเอียดล่วงหน้ามากเท่าไหร่ จะทำให้ประสิทธิภาพของการอ่านเพิ่มขึ้นเท่านั้น
3. เพื่อที่ไม่ต้องอ่านซ้ำทั้งหมด ควรขีดเส้นแดง หรือทำเครื่องหมาย บริเวณที่เห็นว่าเป็นจุดสำคัญ
ที่คิดว่าถ้าคุณเป็นคนออกข้อสอบจะออกจุดนั้น และอ่านเฉพาะจุดนั้นในรอบที่สอง ไม่ต้องกลัวหนังสือจะเลอะถ้าเป็นของคุณเอง ทำเครื่องหมายลงไปเลย และอาจจะเขียนเพิ่มเติมในสิ่งที่คุณต้องการเตือนความจำอีกก็ได้ แต่ทั้งนี้ ต้องระลึกไว้เสมอว่า หนังสือทุกเล่มจะมีส่วนสำคัญอยู่ประมาณ 20% เท่านั้น ถ้าคุณทำเครื่องหมายลงในหนังสือเปรอะไปหมด เกิน 20% แสดงว่ายังไม่รู้จักวิธีการแยกเนื้อออกจากน้ำ
4. นักจิตวิทยาพบว่า หลังการอ่านไป 24 ชั่วโมง คนส่วนใหญ่จะลืมสิ่งที่อ่านมาไป 80% จำได้ 20%
สมองของคนทุกคนมีศักยภาพในการจำเท่ากัน แต่ที่ต่างกันก็คือ คนเก่งจะจำได้ 20% ของส่วนที่สำคัญ แต่คนไม่เก่ง จะไปจำส่วนที่ไม่ควรจำ
5. เมื่ออ่านรอบที่สองจบลง จนแน่ใจว่า จับจุดสำคัญได้ครบหมดแล้ว
ให้มาเขียนบทสรุปทีละข้อแบบย่อความ โดยใช้ภาษาของคุณเอง และอาจจะเชื่อมโยงแนวคิดส่วนตัวของคุณเข้าไปด้วยก็ได้ เก็บบทสรุปนั้นไว้ เมื่อถืงเวลาที่ต้องทบทวนไม่จำเป็นต้องไปอ่านเนื้อหาทั้งหมดอีกรอบให้เสียเวลา ศิลปะการย่อความเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นการคั้นน้ำออกจนเหลือแต่เนื้อ ยุคนี้เป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร แต่ละวันมีอะไรมาให้อ่านมากเหลือเกิน ผู้ที่มีพรสวรรรค์ในการย่อความ จะประสบความสำเร็จเหนือกว่าคนอื่นๆ
6. การอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ เปิดพจนานุกรมดูคำศัพท์ในส่วนสำคัญเท่านั้น
ประโยคหนึ่งๆมีส่วนไม่สำคัญมากกว่าส่วนสำคัญ ดังนั้นคนที่อ่านเป็น เขาจะจับใจความประโยค หากเข้าใจองค์รวมของประโยคนั้นแล้ว รวมกับการคาดหมายจากใจความ จะพอรู้เลาๆ เดาได้ว่า ประโยคนั้นน่าจะมีความหมายไปในทางใด
7. อ่านแบบผ่านๆสักรอบหนึ่งก่อน แล้วดูว่าข้อเขียน หรือบทความนั้น ต้องการจะสื่อถึงอะไร
พยายามอ่านความคิดของผู้เขียน อย่าอ่านคำ หลังจากนั้น จึงค่อยเจาะลึกไปเฉพาะจุดที่สนใจ เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติมในการอ่านรอบที่สอง
8. จำแบบแผนผัง
ซึ่งการจำเป็นภาพ เชิงความสัมพันธ์จะจำได้แม่นกว่า การจำเป็นแผนผังในใจหรือที่เรียกกันว่า Mind mapping จะมีประโยชน์ คนที่ชอบดูกีฬา เวลาจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลก จะเห็นตารางโยงไปโยงมา คู่นั้นมาแข่งกับคู่นี้ ผู้ชนะระหว่างคู่นั้น มาแข่งกับผู้ชนะระหว่างคู่นี้ ที่เมืองนี้ เวลานี้ มีข้อมูลที่จะต้องให้จำเต็มไปหมด ทั้งรายละเอียดของทีม ผลการแข่งขัน ชื่อผู้เล่น โค้ช ผลงานในอดีตของแต่ละทีม แต่รายละเอียดทั้งหมดเหล่านี้ จะผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เมื่อคุณหลับตานึกถึงภาพ Mind mapping
9. สลับสมองในการอ่าน
วิธีสลับสมองที่ง่ายๆ โดยไม่ต้องหยุดอ่านหนังสือ คือ สลับการอ่านวิชาที่ใช้สมองซีกขวา เช่น สังคม ภาษาไทย กับ วิชาที่ใช้สมองซีกซ้าย เช่น คณิตศาสตร์ เคมี เมื่อใดที่คุณรู้สึกว่าสมองซีกไหนเริ่มล้า ให้เปลี่ยนไปอ่านวิชาตรงกันข้ามทันที
10. สำหรับการเริ่มต้นอ่าน
จะเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุด ให้เลือกวิชาที่ชอบเป็นทุนเดิมอยู่มาอ่านก่อน เพื่อสร้างอารมณ์ เมื่อมีความรู้สึกอยากอ่านแล้ว ค่อยๆสลับไปอ่านวิชาอื่นที่ไม่ถนัดต่อไป
11. หาเวลาทองในการอ่าน
และพยายามอ่านอย่างสม่ำเสมอทุกวัน คนเราแต่ละคนมีช่วงเวลาทองของชีวิตไม่เหมือนกัน บางคนสามารถเรียนได้อย่างสนุกในตอนเช้า แต่พอยามบ่ายสมองกลับไม่แล่น บางคนชอบช่วงบ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชั่วโมงก่อนโรงเรียนเลิก หรือบางคนไม่ชอบทั้งเช้าทั้งบ่าย แต่เวลาอ่านหนังสือตอนกลางคืนแล้วรู้สึกสนุก หาเวลาทองของตัวเองสักวันละสองชั่วโมง และใช้เวลานั้นสำหรับการศึกษาให้มากที่สุด แม้คุณจะไม่ตั้งใจเรียนในห้องเป็นบางครั้ง แต่มาทบทวนในช่วงเวลาที่ต้องการทบทวน ประสิทธิภาพการเรียน ก็จะไม่ตกลง
(ที่มา...หนังสือ "เดอะท็อปซีเคร็ต2")
เครดิต :: siamzone.com
edit @ 25 Jul 2009 14:00:17 by •BF''WD✿JAH'4NN™